หลังจากสื่อของญี่ปุ่นได้สัมภาษณ์ มาโน่ โพลกิ้ง กุนซือ ทรู แบ็งค็อก ยูไนเต็ด ถึงการเข้ามาคุมทีมในไทยและเส้นทางของการมาเป็นโค้ชและการพัฒนาผู้เล่นในระดับเยาวชน และเเนวทางการทำทีมของเขาที่เน้นไปที่เยาวชนเป็นหลัก

สื่อแดนปลาดิบได้ถามถึงการมาเป็นโค้ชเริ่มจากไหน? มาโน่ ได้ตอบไปว่า “สำหรับอาชีพโค้ชของผมนั้น หลังจากออกจากยุโรป ก็มีส่วนร่วมในวงการฟุตบอล ในฐานะผู้เล่นเขาเล่นในบราซิล โปรตุเกส เยอรมนีและไซปรัส ในฐานะโค้ชเริ่มต้นจากการเป็นผู้ช่วย วินฟรีท เชเฟอร์ ชาวเยอรมันร่วมถึง อัล-ไอน์ ในลีกยูเออี และทีมชาติไทยในบทบาทผู้ช่วยผู้ฝึกสอน ก่อนจะมาเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนในไทยลีกหลายทีม จนมาถึง ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ในปัจจุบัน”

“ส่วนข้อดีของสโมสรเป็นสโมสรมืออาชีพที่มีคุณภาพสูง ในสโมสรฟุตบอลเอเชีย มีประธานและผู้อำนวยการ ที่ประสบความสำเร็จ ทำให้เติบโตอย่างรวดเร็ว ด้านเยาวชน ทำตั้งแต่ยู-13 ถึง ยู-19 ภายใต้กลยุทธ์และปรัชญาเช่นเดียวกับทีมชั้นนำ”

ส่วนในด้านของการทำทีมและพัฒนาทีม ทรู แบ็งค็อก ยูไนเต็ด มาโน่ทำผลงานได้ดีที่สุดคือ จบอันดับที่ 2 ของตารางไทยลีก และพาทีมเข้าไปเล่นฟุตบอล เอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก 2019 แต่ก็ต้องตกรอบคัดเลือกไป ในส่วนการพัฒนานั้นเราทำคู่กันไปทั้งทีมชุดใหญ่และทีมเยาวชน เราจะมีแนวทางไปในทางเดียวกันหมดและพร้อมเปิดโอกาสให้เด็กในทีมเราเสมอในการเล่นเป็น 11 ตัวจริง

โดยที่เราพึ่งจะส่งนักเตะในระดับเยาวชนของเราไปเล่นที่ญี่ปุ่นกับทีม เอฟซี โตเกียว โดยนักเตะที่ได้ไปในครั้งนี้คือ ชยธร เทพสุวรรณวร และอีกหนึ่งรายที่พึ่งกลับมาก็คือ ณัฐวุฒิ สุขสม โดยการยืมตัวไปเล่นให้กับ เอฟซี โตเกียว ยู-23 และก็ทำผลงานได้ดีมากด้วย

ปัจจุบันทีม ทรู แบ็งค็อก ยูไนเต็ด อยู่อันดับ 1 ในตารางไทยลีกก่อนที่จะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19