ในการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก คืนวันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โครเอเชีย เปิดบ้านเฉือน “กระทิงดุ” สเปน สุดเร้าใจ ทำสถานการณ์รองแชมป์โลกล่าสุด มีลุ้นเข้ารอบรองต่อไป แม้ยังเหลือเกมกับ อังกฤษ ก็ตาม

ศึกฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ลีกเอ กลุ่ม 4 “โครแอต” ของกุนซือ ซลัคต์โก้ ดาลิซ รองแชมป์โลก จำเป็นต้องเก็บสามแต้มเพื่อโอกาสเข้ารอบรองรายการนี้ ผู้เล่นยังคงฟูลทีม มี “โมดริช” คุมแดนกลาง ขณะที่ หลุยส์ เอ็นริเก้ โค้ช “กระทิงดุ” สเปน ขนทัพนักเตะชุดผสมบุกมาหวังชัยชนะกลับถิ่น พร้อมสิทธิ์ลิ่วรอบต่อไปให้ได้

เริ่มครึ่งแรกทั้งสองฝ่ายเปิดหน้าแลกกันตั้งแต่ต้นเกม จนถึงนาทีที่ 14 เจ้าถิ่นมีลุ้น อันเต้ เรบิซ ได้รับบอลโยนมาทางริมเส้นฝั่งซ้าย จ่ายบอลต่อให้ อีวาน เปริซิซ เลี้ยงจี้เข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนสับขาหลอกคู่แข่งแล้วยิงบอลพุ่งทแยงผ่านหน้าปากประตูแบบได้เสียว

ถัดมาอีกสี่นาที โครแอต ทักทายอีกรอบ อีวาน เปริซิซ ได้โอกาสลองซัดหน้ากรอบเขตโทษ แต่ผู้เล่นสเปนช่วยกันยืนขวางบล็อคบอล เอาไว้ได้

เกมดำเนินไปอย่างรวดเร็วนาทีที่ 44 กระทิงดุเพิ่งมีจังหวะเข้าทำ ซาอูล นิเกซ รับบอลต่อจากเพื่อนร่วมมีม ก่อนเจ้าตัวหลอกแตะบอลหนีผู้เล่นโครเอเชีย หนึ่งทีแล้วง้างเท้ายิงบอลโด่งข้ามคานน่าเสียดาย อีกจังหวะ สเปน ใกล้เคียงการพังสกอร์สุด ๆ อิสโก้ รับบอลบริเวณหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนใช้เท้าขวาส่องไกล บอลย้อยแบบมีลุ้น แต่นายด่านเจ้าถิ่น กระโดดปัดบอลพ้นประตูไปได้ จบ 45 นาทีแรกทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้เสมออยู่ 0-0

ช่วงห้านาทีของครึ่งหลังทั้งสองทีมผลัดกันจ่ายบอลพลาดหลายหน จนกระทั้งนาทีที่ 54 เซร์จิโอ รามอส ผ่านบอลให้ เซร์จี้ โรแบร์โต้ แต่ดาวเตะรุ่นน้องกลับจ่ายบอลแบบดีด ๆ ติดหัว อีวาน เปริซิซ กระเด็นมาเข้าทาง อังเดร ครามาริช หลุดเดี่ยวเข้าไปยิงโล่ง ๆ โครเอเชีย ออกนำ 1-0

แต่ตามหลังไม่นาน นาทีที่ 57 อิสโก้ ลากบอลเลาะริมเขตโทษด้านซ้าย แล้วผ่านบอลมาหน้าเขตโทษ และเป็น ดาเนียล เซบาลลอส เพื่อนร่วมทีมราชันชุดขาว ยิงเบียดกองหลังเจ้าบ้าน กระทุ้งเข้าไปไม่เหลือซาก กระทิงดุ ตีคืน 1-1

นาทีที่ 62 ทีมเยือนเกือบออกนำ เซร์จี้ โรแบร์โต้ เติมเกมทางด้านขวา ผ่านบอลมาหน้าประตูนายทวารโครแอต รับบอลไม่ดี หลุดมาเข้าทาง ยาโก้ อัสปาส ใช้เท้าจิ้มบอลพุ่งเหินชนคานก่อนเด้งออกหลังไป

แฟนบอลโครแอตดีใจสนั่น เมื่อ ลูก้า โมดริช เขี่ยลูกเตะมุม ก่อนวิ่งมารับบอล จากนั้นเปิดบอลริมเส้นฝั่งขวา บอลโค้งย้อย มาที่เสาสองและเป็น ทิม เยดวาย ยืนตั้งคอรอโหม่งคนเดียว ผ่านมือ ดาบิด เดเคอา เจ้าถิ่นนำอีกครา 2-1

ต่อมานาทีที่ 75 ทีมเยือนน่าตีเสมอได้ เซร์จี้ โรแบร์โต้ รับบอลจ่ายจากเพื่อนในกรอบเขตโทษ ก่อนล้มตัวยิงบอลติดเซฟ จากนั้น อัลบาโร่ โมราต้าที่ลงเป็นสำรองว้่งมาซ้ำแต่แนวรับเจ้าถิ่นสกัดไว้ได้ แต่จนแล้วจนรอด สเปน มาได้ลูกจุดโทษ ซิเม่ เวอร์ซัลจ์โก้ ทำแฮนด์บอล เซร์จิโอ รามอส รับหน้าที่สังหารเข้าไป กระทิงดุไล่มาเป็น 2-2 ในนาทีที่ 78 ช่วงท้ายเกม โครแอต พยายามเดินหน้าเอาสกอร์ลุกสำคัญมาให้ได้ และเป็น ทิม เยดวาย เป็นฮีโร่ ซัดประตูชัยทดเจ็บนาทีท้าย จบเกม โครเอเชีย เฉือน สเปน สุดมัน 3-2

โครเอเชีย (4-2-3-1):ลอฟเร่ คาลินิช,ซิเม่ เวอร์ซัลจ์โก้,เดยัน ลอฟเรน,โดมากอย วิด้า,ทิม เยดวาย,อีวาน ราคิติช,มาร์เซโล่ โบรโซวิช,อันเต้ เรบิซ,ลูก้า โมดริช,อีวาน เปริซิซ,อังเดร ครามาริช

สเปน (4-3-3):ดาบิด เดเคอา,เซร์จี้ โรแบร์โต้,เซร์จิโอ รามอส,ฆาบี มาร์ติเนซ,จอร์ดี้ อัลบา,ซาอูล นิเกซ,เซร์จี้ บุตเกตส์,ดาเนียล เซบาลลอส,โรดริโก้,ยาโก้ อัสปาส,อิสโก้